วันพฤหัสบดี ที่ 9 กันยายน 2553 เวลา 07.34 น. หน้าแรก อัลบั้มรูป สนทนา เปิดท้าย
มุมสมาชิก [Login]
สาระน่ารู้ : อาการนอนกรนในเด็ก

“เสียงกรน...ของหนูดังคร่อกๆ”
ไม่ได้แปลว่าพวกเด็กๆกำลังหลับปุ๋ย แต่หนูน้อยกำลัง
มีปัญหากับการหายใจไม่คล่องตัวต่างหาก

โรคนอนกรนในเด็ก
                คุณพ่อ คุณแม่ทั้งหลายทราบหรือไม่?ว่าเด็กๆราวร้อยละ 10 หรือในจำนวนเด็ก 10 คนจะมีเด็ก 1 คน ที่มีอาการนอนกรนขณะหลับและในจำนวนนั้นร้อยละ 2-4 จะมีอาการรุนแรง มากจนเกิดภาวะหายใจลำบากหรือถึงขั้นหยุดหายใจขณะนอนหลับ

อาการที่สังเกตได้ว่าลูกน้อยหลับผิดปกติหรือไม่
                    
หากลูกของคุณมีอาการนอนกรนเสียงดัง สลับกับหยุดกรนเป็นช่วงๆขณะที่หน้าอกและหน้าท้องกระเพื่อมแรง นอนกรนกระสับ กระส่ายและสะดุ้งตื่นเป็นพักๆ หลับได้เพียงตื้นๆ พลิกท่านอนบ่อยๆ นอนกรนขณะหายใจเข้าและมีรอยบุ๋มลึกบริเวณเหนือไหปลาล้าและช่องซี่โครงกินอาหารได้น้อยและช้าร่างกายไม่เจริญเติบโดตเท่าที่ควรมีพฤติกรรมผิดปกติปัสสาวะรดที่นอนก้าวร้าว สมาธิสั้น มีผลการเรียนที่แย่ นอกจากนี้ยังมีเรื่องของโครงสร้างกระดูกใบหน้าผิดปกติ ทำให้มีผลต่อระบบทางเดินหายใจ ใบหน้ายาวและแคบ โหนกแก้มแบน ฟันหน้ายื่นหุบปากไม่สนิท เพราะต้องอ้าปากหายใจ อาการเหล่านี้ คุณพ่อคุณแม่ควรใส่ใจและรีบปรึกษาแพทย์ทันที

อันตรายจากการนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับ
1. 
หลับไม่สนิท ง่วงนอนในเวลากลางวัน ทำให้เรียนหนังสือไม่รู้เรื่อง
2. ร่างกายและสมองขาดออกซิเจนหรือระดับออกซิเจนในเลือดต่ำขณะหลับทำให้พัฒนาการทางร่างกายและสติปัญญาไม่ดีเท่าที่ควร
3. ปิดและหัวใจทำงานหนักขณะนอนกรน ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจโต หัวใจวายความดันโลหิตและความดันในปอดสูงขึ้น
4. โครงสร้างของใบหน้าผิดรูปไป
5. ความผิดปกติของระบบประสาทสอมงและประสาทอัตโนมัติ เช่น ซนมากผิดปกติ(hyperactive) พฤติกรรมก้าวร้าว สมาธิสั้น ปัสสาวะรดที่นอน

เสียงกรนเกิดได้อย่างไร
                           
เสียงกรนเกิดจาการสั่นสะเทื่อนของผนังทางเดินหายใจส่วนต้น โดยมีสาเหตุสำคัญมาจากการอ่อนตัวของกล้ามเนื้อของผนังทางเดินหายใจส่วนต้นในขณะหลับ และมีการอุดกั้นในช่องทางเดินหายใจส่วนต้นนี้ เช่น ต่อมอะดีนอยด์ ห่อมทอนซิลโต เยื่อบุจมูกบวม สันจมูกคด และริดสีดวงจมูก รวมทั้งโรคแพ้อากาศด้วย ความอ้วนก็เป็นปัญหาของการนอนกรน ทำให้มีการพอกตัวของไขมันรอบคอกดทับทางเดินหายใจในขณะหลับ

การรักษาเด็กที่มีปัญหานอนกรน
                            
ในทางการแพทย์นั้น สามารถรักษาความผิดปกติเหล่านี้ โดยการรักษาจากสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการต่างๆ เช่น รักษาการอักเสบติดเชื้อในทางเดินหายใจ เยื่อบุจมูกอักเสบ โรคแพ้อากาศ ไซนัสอักเสบ ผ่าตัดโครงสร้าง รวมทั้ง ให้ผู้ป่วยปรับเปลี่ยนท่านอนเป็นนอนตะแคง กอดหมอนข้างหรือนอนคว่ำ ส่วนรายที่มีอาการรุนแรงซ้ำซากเรื้อรังและตรวจพบว่ามีทอนซิล และอะดีนอยด์โต สามารถทำการผ่าตัดทอนซิล และอะดีนอยด์ออก ซึ่งให้ผลการรักษาที่ดีมากกว่าร้อยละ 80




แสดงความคิดเห็น (เฉพาะสมาชิก โปรดล็อกอิน)

ชื่อผู้ใช้:
รหัสผ่าน:


ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก




เนื้อหาใดๆที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป
ซึ่ง BabySanook.com ไม่มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ
หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม โปรดแจ้ง webmaster@BabySanook.com เพื่อดำเนินการต่อไป

หากคุณมีข้อเสนอแนะ BabySanook.com ยินดีรับฟัง
BabySanook.com >> หน้าแรก | อัลบั้มรูป | สนทนา | เปิดท้าย |