วันศุกร์ ที่ 10 กันยายน 2553 เวลา 03.30 น. หน้าแรก อัลบั้มรูป สนทนา เปิดท้าย
มุมสมาชิก [Login]
สาระน่ารู้ : ปกป้องลูกน้อยจากเชื้อ ไอ พี ดี (IPD) หรือจากเชื้อนิวโมคอคัส (Pneumococal disease)

โรคติดต่อเชื้อ ไอ พี ดี (IPD) คืออะไร

                โรคติดเชื้อ ไอ พี ดี (IPD: Invasive Pneumococal Disease) คือโรคติดเชื้อนิวโมคอคัสชนิดแพร่กระจาย ที่ร้ายแรงและอันตรายมากที่สุดในเด็กเล็ก เป็รความเจ็บป่วยที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย “สเตรปโตคอคัส นิวโมเนียอี” (Streptococcus Pneumoniae) เชื้อนี้ก่อให้เกิดโรคได้ในทุกกลุ่มอายุ และพบได้บ่อยในเด็กอายุต่ำกว่า  ปี เนื่องจากเด็กเล็กยังไม่มีภูมิคุ้มกันต่อโรคนี้ ตัวอย่างโรคที่เกิดจากเชื้อนิวโมคอคคัส เช่น การติดเชื้อเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ปอดอักเสบ การติดเชื้อในกระแสเลือด และหูน้ำหนวกเป็นต้น

โรคที่เกิดจากเชื้อนิวโมคอคคัส มีอาการและอันตรายอย่างไร

                เชื้อนิวโมคอคคัส ทำให้เกิดโรครุนแรงได้ในอวัยวะหลายระบบที่พบย่อยได้แก่

·       การติดเชื้อในระบบประสาท เช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบ เด็กจะมีไข้สูง ปวดศรีษะรุนแรง คลื่นใส้ อาเจียน คอแข็ง ในเด็กทารกจะวินิจฉัยยาก อาจมีอาการงอแง ซึม ไม่กินนมและชักได้ ถ้ารักษาไม่ทันท่วงทีอาจเสียชีวิตหรือ เกิดความพิการ เช่น เป็นโรคลมชัก หูหนวก ปัญญาอ่อน

·       การติดเชื้อในกระแสเลือด เด็กจะมีไข้สูง ร้องกวน งอแง อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนตามมา เช่น ช็อกเสียชีวิต นอกจากนี้อาจกระจายไปสู่อวัยวะอื่นๆ เช่น เยื่อหุ้มสมอง ปอด กระดูกและข้อ เป็นต้น

·       การติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน เช่น หูน้ำหนวก เด็กจะมีอาการไข้สูง บ่นปวดหู งอแง ถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องการติดเชื้ออาจลุกลามไปอวัยวะข้างเคียงหรือสมองได้ และสามารถเกิดหูน้ำหนวกเรื้อรัง แก้วหูทะลุ และการได้ยินบกพร่อง ซึ่งมีผลต่อพัฒนาการด้านภาษาของเด็กด้วย

·       การติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนล่าง เช่น ปอดอักเสบ เด็กจะมีอาการไข้ ไอ หายใจเร็ว หอบ ซึ่งอาจรุนแรงถึงต้องใส่เครื่องช่วยหายใจและอาจเสียชีวิตได้ถ้าได้รบการรักษาล่าช้า

เด็กกลุ่มไหนที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดการติดเชื้อนิวโมคอคคัส ชนิดแพร่กระจาย

                จากการศึกษาว่ากลุ่มเด็กที่มีความเสี่ยงสูงในการรับเชื้อนิวโมคอคคัส และป่วยเป็นโรคที่รุนแรงได้แก่ เด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี เด็กที่อยู่ในสถานรับเลี้ยงเด็กกลางวัน เด็กที่ได้รับยาปฎิชีวนะมาก่อน เด็กที่เคยมีประวัติติดเชื้อในหู เด็กที่ไม่มีม้ามหรือม้ามทำงานบกพร่อง เด็กที่มีน้ำในเยื่อบุช่องท้อง และเด็กทีมีภูมิต้านทานบกพร่อง หรือเป็นโรคเรื้อรังต่างๆ

 เด็กได้รับเชื้อนิวโมคอคคัสมาได้อย่างไร

            ในผู้ใหญ่และเด็กที่แข็งแรงดี สามารถตรวจพบเชื้อนิวโมคอคคัสนี้อยู่ในโพรงจมูกและลำคอได้โดยไม่มีอาการใดๆ (เป็นพาหะ) หรือมีอาการหวัดเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เมื่อเด็กที่ป่วยเป็นโรค หรือพาหะของโรค ไอ จามสู่คนอื่นๆ สามารถแพร่เชื้อไปยังบุคคลอื่นได้ โดยพบว่าเด็กเล็กมีโอกาสรับเชื้อ และเป็นพาหะของเชื้อในจมูกได้นานกว่าผู้ใหญ่ เนื่องจากร่างกายยังไม่มีภูมิคุ้มต้านทานต่อโรค ทำให้กำจัดเชื้อได้ช้า และแพร่สู่คนอื่นได้นาน

 

เราป้องกันการเกิดโรคนิวโมคอคคัสในเด็กได้อย่างไร

·       ควรมีสุขภาพอนามัยที่ดี ล้างมือบ่อยๆ ปิดปาก ปิดจมูกทุกครั้งที่จาม

·       ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับคนที่เป็นหวัด และไม่ควรพาเด็กไปยังแหล่งชุมชนทีมีคนเยอะ

·       คุณแม่ควรให้ลูกกินนมแม่ เพื่อให้มีภูมิต้านทานจากแม่ ส่งผ่านไปทางน้ำนม อย่างไรก็ตามนมแม่จะป้องกันได้เฉพาะในช่วงที่เด็กกินนมแม่เท่านั้น

·       การให้วัคซีนเป็นวิธีที่ดีที่สุดวิธีหนึ่งในการป้องกันการเกิดโรคนิวโมคอคคัสชนิดแพร่กระจาย

 

การให้วัคซีนป้องกันการเกิดโรคนิวโมคอคคัส มีข้อดีอย่างไร

               วัคซีนนี้สามารถช่วยลดอุบัติการณ์การเกิดโรคนิวโมคอคคัสชนิดแพร่กระจายในเด็กทารก และเด็กเล็กได้นอกจากนี้ยังสามารถช่วยลดการแพร่เชื้อไปยังเด็กอื่นๆ และยังสามารถลดอุบัติการณ์การดื้อยาปฏิชีวนะต่อเชื้อนิวโมคอคคัสลงได้อีกด้วย โดยในปัจจุบันมีวัคซีนที่สามารถใช้ป้องกันโรคได้ผลดี ที่สามารถเริ่มให้ในเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 2 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อโรคสูง เรียกว่า วัคซีนป้องกันการติดเชื้อนิวโมคอคคัส ชนิดคอนจูเกต

 

องค์การอนามัยโลกแนะนำวัคซีนป้องกันการติดเชื้อนิวโมคอคคัส

                      ดร. ฌอน มารี ออคโว่ เบเล่ ผู้อำนวยการแผนกวัคซีนภูมิคุ้มกันและชีววิทยา องค์การอนามัยโลก (WHO) กล่าวว่า โรคไข้สมองอักเสบและโรคปอดบวมเป็นโรคที่ทำให้เด็กเล็กเสียชีวิตมากเป็นอันดับหนึ่งของโลก ส่วนเด็กที่รอดชีวิตมานั้นก็มีความเสี่ยงต่อภาวะหูหนวก ปัญญาอ่อน และอัมพาต ซึ่งเชื้อโรคที่ทำให้เกิดโรคนี้มี 2 ชนิดคือ เชื้อนิวโมคอคคัส และเชื้อแบคทีเรียฮิป ซึ่งขณะนี้มีวัคซีนป้องกันการติดเชื้อแล้ว ด้าน นพ.ศุภมิตร ชุณห์สุทธิวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านเวชกรมป้องกัน กรมควบคุมโรค กล่าวว่า เนื่องจากวัคซีนชนิดนี้เป็นวัคซีนที่พัฒนาในต่างประเทศ เป็นวัคซีนใหม่ มีราคาสูง จึงยังไม่ได้จัดเป็นวัคซีนขั้นพื้นฐานสำหรับเด็กไทย แต่ขณะนี้นักวิจัยกำลังศึกษาความคุ้มค่าของการให้วัคซีน เพื่อเป็นข้อมูลนำไปเสนอแก่รับบาลในการขอเพิ่มงบประมาณต่อไป

วัคซีนป้องกันการติดเชื้อนิวโมคอคคัส ชนิดคอนจูเกตสามารถเริ่มฉีดได้ตั้งแต่เมื่อไหร่

เด็กสามารถรับวัคซีนได้ตั้งแต่ 6 สัปดาห์ ถึง 9 ปี

ตารางการฉีดวัคซีนป้องกันโรค ไอ พี ดี

 

สำหรับเด็กแรกกิด

ฉีดครั้งที่

อายุ

1

2 เดือน*

2

4 เดือน**

3

6 เดือน**

4 (กระตุ้น)

12-15 เดือน***

* หรือเริ่มให้เมื่ออายุ 6-8 สัปดาห์

** หรือห่างกันอย่างน้อย 1 เดือน

*** หรือห่างกันอย่างน้อย 2 เดือน

 

 

สำหรับเด็กที่อายุตั้งแต่ 7 เดือนขึ้นไป

อายุที่เริ่มฉีด(เข็มแรก)

จำนวนครั้ง(ฉีดปกติ+ฉีดกระตุ้น)

7-11 เดือน

2+1

12-23 เดือน

1+1

24 เดือน-9ปี

1

 


baby
Silver


Offline
ข้อความ : 69
ข้อความที่ : 1
ราคาเข็มละเท่าไร กั๊บ

 


#โพสเมื่อ..27 ต.ค. 50 21:44
webmaster
Admin Group


Offline
ข้อความ : 52
ข้อความที่ : 2

"ราคาวัคซีนสูงมากค่ะ แต่ก็คิดว่าจำเป็นต้องให้ลูกฉีดเพราะคุณหมอบอกว่าสามารถป้องกันได้ในระดับหนึ่ง แต่ก็ยังดีกว่าไม่ฉีดเลย สงสัยว่าทำไมวัคซีนตัวนี้ราคาสูงมากค่ะ ถามหลายที่แล้วมีแต่โรงพยาบาลเอกชนล่ะ โรงพยาบาลเด็กไม่มี "

*** คัดมาจากข้อเสนอแนะ 203.144.220.XX  เมื่อ 2007-10-26 17:45:00 ***


BabySanook.com
#โพสเมื่อ..27 ต.ค. 50 22:10
SuGus
Silver


Offline
ข้อความ : 315
ข้อความที่ : 3

อยากรู้ว่าเวลาที่เด็กครบกำหนดฉีดวัคซีน เราเอาไปฉีดที่ เอกชนกับรัฐบาล เนี่ย ตัวยามันต่างกันไหมค่ะ



#โพสเมื่อ..28 ต.ค. 50 17:27


แสดงความคิดเห็น (เฉพาะสมาชิก โปรดล็อกอิน)

ชื่อผู้ใช้:
รหัสผ่าน:


ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก




เนื้อหาใดๆที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป
ซึ่ง BabySanook.com ไม่มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ
หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม โปรดแจ้ง webmaster@BabySanook.com เพื่อดำเนินการต่อไป

หากคุณมีข้อเสนอแนะ BabySanook.com ยินดีรับฟัง
BabySanook.com >> หน้าแรก | อัลบั้มรูป | สนทนา | เปิดท้าย |