การใช้ยาในเด็ก
การปฎิบัติในการป้อนยาเด็กต้องดูในเรื่องของขนาดที่ได้รับ ต้องเป็นไปตามวิธีที่ระบุมา การใช้ช้อนชาในเด็กบางคนอาจจะหกเลอะเทอะได้ ทำให้ควบคุมจำนวนยาที่ให้ยาก ก็อาจให้เป็นหลอดหยดยาหรือการบอกฉีดยา (ที่ไม่มีเข็มฉีดยา) ซึ่งมีขนาดที่แน่นอนและให้ง่ายกว่า แต่ขอให้ปฎิบัติ ดังนี้
1. ให้แน่ใจว่าหลอดหยด หรือกระบอกฉีดยาล้างทำความสะอาดแล้วก่อนนำมาใช้
2. ดูดยาให้ได้ตามขนาดที่ระบุในฉลาก
3. ป้อนให้เด็ก อาจหยดยาหรือฉีดยาเข้าที่กระพุ้งแก้ม
4. เมื่อจะป้อนยาชนิดอื่นต่อไปให้นำหลอดนั้นล้างในน้ำสะอาดที่ใส่แก้วรอไว้ แล้วบีบล้าง 3-4 ครั้งก่อน
5. ถ้าต้องการป้อนเด็กพร้อมกันมากกว่า 1 คน ห้ามใช้หลอดหยดอันเดียวกัน เพราะจะทำให้ติดโรคกันได้
ยาที่ควรระวังเมื่อใช้กับเด็ก
1. กลุ่มยาปฏิชีวนะ มักทำเป็นผงแห้งต้องผสมน้ำก่อนใช้ยา หากได้รับยาชนิดนี้หลายขวดให้ผสมทีละขวดรับประทานยาตามฉลากติดต่อกันจนกว่ายาจะหมด ห้ามหยุดยาเองเป็นอันขาด แม้อาการดีขึ้นแล้วก็ตาม การใช้ยาไม่ครบขนาดอาจทำให้เชื้อโรคกลับมาเจริญได้อีกและยังทำให้เชื้อเกิดอาการดื้อยาด้วย
2.ยาลดไข้ ควรเลือกใช้ยาชนิดที่ปลอดภัยต่อเด็กให้เด็กรับประทานยาทุก 4-6 ชั่วโมง ถ้าอาการใข้ไม่ดีขึ้นภายใน 2 วัน ควรรีบไปพบแพทย์ ห้ามใช้ยาลดไข้ Aspirin และ Ibuprofen ในผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกหากยังไม่แน่ใจควรหลีกเลี่ยง นอกจากใช้ยาลดไข้แล้วควรเช็ดตัวเด็กด้วยน้ำอุ่นหรือน้ำธรรมดาโดยเช็ดตามข้อพับ ตามซอกต่างๆ และลำตัว จะช่วยระบายความร้อนและลดไข้ได้ดีขึ้น
3. ยาแก้ไอ ไม่ควรนำยาน้ำแก้ไอสำหรับผู้ใหญ่มาใช้ในเด็ก เพราะยาจะกดศูนย์กลางการหายใจ อาจทำให้เด็กหยุดหายใจได้
4.ยาแก้ท้องเสีย ไม่แนะนำให้ใช้ยาแก้ท้องเสียที่แรงๆ ในเด็ก เพราะยาอาจกดการหายใจได้ สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเด็กที่ท้องเสีย คือการให้น้ำและเกลือแร่ชดเชยเพราะเด็กมักจะขาดน้ำและเสียชีวิตได้จากการท้องเสียมากๆ อาการขาดน้ำที่สังเกตได้คือ กระหม่อมบุ๋ม หายใจหอบ ตัวเย็น ควรนำส่งแพทย์โดยเร็ว
หลักการทั่วไปในการให้ยาในเด็ก
1. ต้องเก็บยาในที่เด็กหยิบไม่ถึง
2. ต้องแน่ใจและพยายามให้เด็กกินยาจนครบ
3. ไม่ควรผสมยาลงไปในนมทั้งขวดเด็กอาจกินยาไม่ครบและทำให้เด็กเบื่อนม และอาหาร
4. ในขณะที่เด็กร้องไม่ควรกรอกยาใส่ปากอาจทำให้เด็กสำลักได้